วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

รับตรง คณะแพทยศาสตร์ จุฬา 2557

โครงการรับตรงเป็นโครงการที่เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าศึกษา ในคณะหรือสาขาวิชาต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเกณฑ์ในการรับสมัครจะแตกต่างกันออกไปตามแต่โครงการนั้นๆ ทั้งนี้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าศึกษาโดยวิธีการรับตรง หลังจากยืนยันสิทธิ์แล้วจะถูกตัดสิทธิ์จากการคัดเลือกในระบบแอดมิชชั่นกลาง
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามที่
สำนักบริหารวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาคารจามจุรี 5 ชั้น 6 โทร 02-218-0209-10 หรือhttp://www.admissions.chula.ac.th/
ปัจจุบันนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดโครงการรับตรงหลักสูตรปริญญาตรี ในสาขาวิชาต่างๆ ดังนี้

รับตรงคณะแพทย์ 2557 ธรรมศาสตร์

คณะที่เปิดรับปี 2557
            - คณะวิศวกรรมศาสตร์ รับ 72 ที่นั่ง
            - คณะทันตแพทยศาสตร์ รับ 25 ที่นั่ง
            - คณะพยาบาลศาสตร์ รับ 50 ที่นั่ง
            - คณะสหเวชศาสตร์ รับ 30 ที่นั่ง
            - คณะนิติศาสตร์ รับ 300 ที่นั่ง
            - คณะศิลปกรรมศาสตร์ รับ 165 ที่นั่ง
            - คณะรัฐศาสตร์ รับ 135 ที่นั่ง
            - คณะเศรษฐศาสตร์ รับ 150 ที่นั่ง
            - คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ รับ 120 ที่นั่ง
            - คณะศิลปศาสตร์ รับ 85 ที่นั่ง 
            - คณะวิทยาศาสตร์แะเทคโนโลยี รับ 200 ที่นั่ง
            - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง รับ 157 ที่นั่ง
            - คณะสาธารณสุขศาสตร์ รับ 60 ที่นั่ง
            - สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (นานาชาติ) รับ 100 ที่นั่ง
            - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี 295 ที่นั่ง

การรับนักศึกษาแพทย์ มอ.


คณะแพทยศาสตร์ รับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตั้งใจเรียนแพทย์ได้มีโอกาสเข้าศึกษา โดยรับนักศึกษาเฉพาะในภาคใต้ร้อยละ 50 คณะแพทยศาสตร์ได้รับนักศึกษาในโครงการต่างๆดังนี้
  • โครงการรับตรงนักเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ (โดยนักเรียนจะต้องสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และศึกษาในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น)
  • โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ร่วมกับศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสร้างบัณฑิตแพทย์ไปปฏิบัติงานในชนบทของจังหวัดในภาคใต้ที่ขาดแคลนแพทย์
  • โครงการผลิตแพทย์เพื่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อผลิตแพทย์เพิ่มให้กับจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
  • โครงการรับนักเรียน,นักศึกษาร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)
  • โครงการกลุ่มนักเรียนช้างเผือก จำนวนรับไม่เกิน 2 คน ของโรงเรียนที่ได้กำหนดไว้ (โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา 6 ปีและหากมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายจะพิจารณาทุนให้เป็นพิเศษ)
  • โครงการรับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นเข้าศึกษา

รับตรง 57 คณะแพทย์ศาสตร์ ม.นเรศวร

กำหนดการรับสมัคร
          4-25 พ.ย.56 สมัครผ่านอินเทอร์เน็ต www.admission.nu.ac.th
          20 ก.พ.57 ประกาศรายชื่อผู้มีตรวจร่ายกายและสอบสัมภาษณ์
          24 ก.พ.57 ตรวจร่างกาย
          26 ก.พ.57 สอบสัมภาษณ์
          28 ก.พ.57 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา

เกณฑ์การพิจารณา
          - GPA 5 เทอม (น้ำหนัก 20%)
          - GAT ความถนัดทั่วไป (น้ำหนัก 20%)
          - PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ (น้ำหนัก 10%)
          - PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ (น้ำหนัก 30%)
          - กสพท.วิชาเฉพาะทางการแพทย์ (น้ำหนัก 20%)
            *** สามารถสมัครได้ทั้ง 2 โครงการ ทั้งระบบโควตา และรับตรง คณะแพทยศาสตร์

ประวัติ คณะแพทย์ มอ.


เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งปัญหาด้านสาธารณสุขของภาคใต้ สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงได้ขอจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2511 และได้รับการอนุมัติให้ก่อตั้งได้ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ซึ่งจัดเป็นคณะลำดับที่ 4 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีประกาศลงราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2515
สภามหาวิทยาลัยได้ให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกได้ จำนวน 35 คน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2516 โดยใช้สถานที่ของคณะวิทยาศาสตร์ในการเรียนภาคทฤษฎี และระยะแรกใช้โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา ในการเรียนภาคปฏิบัติ
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2529 และพระราชทานนามของโรงพยาบาลว่า "โรงพยาบาลสงขลานครินทร์"

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556


  • โครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ตรงกับรัฐบาลของ ฯพณฯ องคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่16 มิถุนายน พ.ศ. 2528
    คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ของประเทศเกิดขึ้นจากความร่วมมือประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับกรุงเทพมหานคร โดยให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล (ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล) เป็นฐานการศึกษาระยะคลินิก (ชั้นปีที่ 4-6) ยึดนโยบายประหยัดงบประมาณแผ่นดิน นำทรัพยากรทั้งบุคคล วัตถุ และองค์กรที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโรงพยาบาลส่วนภูมิภาคในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่แล้ว เป็นสถาบันสมทบเพื่อจัดการเรียนการสอน ส่งผลให้นิสิตแพทย์ได้รับประสบการณ์หลากหลายและกว้างขวางเป็นอย่างมาก
    ในปี พ.ศ. 2535 ทางคณะแพทยศาสตร์ร่วมกับทาง มหาวิทยาลัยได้เห็นพ้องกันที่จะมีโรงพยาบาลเป็นของตนเอง เพื่อรองรับการขยายตัวของคณะแพทยศาสตร์ และนำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยเริ่มโครงการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบสามรอบ ซึ่งต่อมาได้กำหนดให้สร้างศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้นบนเนื้อที่ 250 ไร่ ในบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โดยอาคารหลังแรกของศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนี้เป็นอาคารโรงพยาบาล 500 เตียง มี 17 ชั้น พื้นที่ 60,000 ตารางเมตร ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2542 และเริ่มเปิดบริการรักษาผู้ป่วยแยก OPD เมื่อเดือนมกราคม 2543 โดยมีพนักงานศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 268 คน โครงสร้างการบริหารของศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นหน่วยงานหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีการบริหารที่อิสระและพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

ประวัติแพทยศาสตร์ มข


คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เริ่มการพิจารณาจัดตั้งขึ้นเมื่อในปี พ.ศ. 2511 ศาสตราจารย์ พิมล กลกิจ ได้นำเสนอโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น รับหลักการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อพิจารณารายละเอียด วิธีการดำเนินงาน และได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอิสราเอล ส่งผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ รวม 5 คน มาจัดการทำ Master plan ของศูนย์แพทยศาสตร์
สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อรับหลักการ และแต่งตั้งกรรมการพิจารณารายละเอียดการจัดตั้งศูนย์แพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2514 และรับหลักการโครงร่างการจัดตั้งศูนย์แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามที่เสนอกับให้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ซึ่งกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติได้เสนอไปแล้วจนได้บรรจุเข้าใน "แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 3" (พ.ศ. 2515 - 2519) [2]
คณะกรรมการบริหารสภาการศึกษาแห่งชาติ อนุมัติการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2515 และประกาศจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์อย่างเป็นทางการขึ้น เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2515 โดยมีนายแพทย์กวี ทังสุบุตร รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และเป็นผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตร์[3]
คณะแพทยศาสตร์ เริ่มรับนักศึกษาแพทย์รุ่นที่ 1 ในปี พ.ศ. 2517 โดยคัดจากคณะวิทยาศาสตร์ - อักษรศาสตร์ จำนวน 16 คน เพื่อมาเรียนปีที่สองในคณะแพทยศาสตร์ และเปิดรับสมัครรุ่นที่ 2 เป็นจำนวน 44 คน ในปี พ.ศ. 2518มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ ในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโรงพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเริ่มเปิดบริการผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ อาคารชั่วคราวบริเวณสีฐาน โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์นภดล ทองโสภิต ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรก[4]

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ประวัติคณะแพทย์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ตั้งแต่ศาสตราจารย์ประภาศ อวยชัย เป็นอธิการบดี เมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างโครงการจัดตั้งขึ้นชุดหนึ่ง และได้ดำเนินการอย่างจริงจังในสมัย ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2526 ได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับนโยบายทางวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยุกต์ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตแพทย์ และมอบหมายให้อธิการบดีดำเนินการตามนโยบาย
    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินตามแผนโดยการสร้างโรงพยาบาลขึ้น โดย ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มีคำสั่ง ที่ 747/2529 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2529 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาทุนสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ มีศาสตราจารย์ สุธี นาทวรทัน เป็นประธานกรรมการ และ นายประมวล สภาวสุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในขณะนั้น เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ระดมทุนจากศิกษ์เก่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    การดำเนินการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ได้ดำเนินการต่อมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบด้วยตามหนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร.0203/126 ลงวันที่ 30พฤศจิกายน 2529 ซึ่งอธิการบดีได้พบปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ขอดำเนินการโรงพยาบาลให้ครบ 1 ปีก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานของคณะแพทยศาสตร์ แล้วจึงจะดำเนินการเรื่องคณะแพทยศาสตร์ โดยมีการสานต่อในสมัย ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในปี พ.ศ. 2531 ในการดำเนินการได้มีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการผลิตบัณฑิตแพทย์พึงประสงค์ อันสอดคล้องกับนโยบายผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนโยบายของทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้พิจารณาอนุมัติโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ในเดือนสิงหาคม 2531 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2533
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2533 ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคณะแพทย์อันดับที่ 9 ของประเทศไทย มีการแบ่งส่วนราชการของคณะแพทยศาสตร์ เป็น 4 ส่วน คือ สำนักงานเลขานุการสถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก สถานวิทยาศาสตร์คลินิก และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
    ปี พ.ศ. 2543 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนั้น ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี เป็นนายสภามหาวิทยาลัย มีคำสั่งให้การบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นอิสระโดยสังกัดสำนักงานอธิการบดี แยกออกจากคณะแพทยศาสตร์ ดังนั้นด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะจึงได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหารคณะ โดยถือหลักการปรับโครงสร้างของคณะแพทยศาสตร์ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ ของคณะแพทยศาสตร์

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

ลักษณะอันพึงประสงค์ของบัณฑิตแพทย์ธรรมศาสตน์


  1. มีความรู้ความสามารถ และทักษะพื้นฐานทางวิชาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (Professional knowledge and skills)
  2. มีคุณธรรม และจริยธรรมที่เหมาะสม และเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพและสังคม และตระหนักถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพแพทย์ (Moral, ethic. Attitude and law)
  3. มีความคิดอย่างมีวิจารณญาณและการตัดสินใจทางคลินิกอย่างมีเหตุผล (Critical thinking and clinical reasoning)
  4. สามารถแก้ปัญหาแบบองค์รวม (Holistic approach)
  5. เป็นผู้ใฝ่รู้ สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง (Self-directed and life-long learning)
  6. มีเจตคติและความสามารถเหมาะสมที่จะปฏิบัติงานได้ในทุกชุมชน (Community-mind)
  7. มีทักษะการสื่อสารที่เหมาะสม (Communication skills)
  8. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและภาวะผู้นำ (Interpersonal, team working, managerial skills and leadership)
  9. สามารถพัฒนาตนเอง สังคม และดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ (Personal & social development and quality of life)